• ร้านอาหารญี่ปุ่น

UNSEEN! 20 ร้านอาหารญี่ปุ่น ไปญี่ปุ่นแล้วไม่กินถือว่าพลาด!

LOGO_Like & Share 1

สายกินมารวมตัวกันตรงนี้!!! ไปเที่ยวญี่ปุ่นทั้งทีแต่ดันมีงบจำกัด เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นประเทศที่มีค่าครองชีพสูงระดับต้นๆ ของโลก เวลาหันไปทางไหนทั้งอาหารทั้งของใช้เลยดูแพงไปหมด วันนี้ premiumworldtour.info เลยอยากชวนเพื่อนๆ มาอิ่มอร่อยสะใจกับ 20 ร้านอาหารญี่ปุ่นหลากหลายสไตล์ที่ไม่ควรพลาด ทั้งบุฟเฟ่ต์ อาหารจานยักษ์ และอื่นๆ อีกมากมาย งานนี้รับประกันเรื่องรสชาติที่ฟินเกินคาด คุ้มเกินราคาอีกด้วย ตามมาดูกันเลยดีกว่าว่าจะมีอะไรน่ากินบ้าง…

1. ร้านทงคัตสึ มัตสึโนยะ (Tonkatsu Matsunoya)

ร้านอาหารญี่ปุ่น 1

ทงคัตสึแบบตู้กดฉบับจานด่วน เหมาะแก่ผู้หิวโซแบบสุดๆ อารมณ์เดินช็อปปิ้งระแวกย่านชิจูกุมาเหนื่อยๆ แวะร้านนี้ปุ๊บ อิ่มปั๊บภายใน 10 นาที เข้าไปในร้านตอนแรกมุ่งหน้าสู่ตู้กดเมนูเลยค่ะ สามารถเลือกเมนูได้ทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ในส่วนของเมนูก็มีให้เลือกทานมากมาย เช่น Pork Loin Cutlet Miso Sauce, Chicken Tenderloin Cutlet เป็นต้น หรือถ้าใครอยากทานแบบอื่นทางร้านมีเมนูให้เลือกอีกมากมายเลยค่ะ

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? ร้านทงคัตสึ มัตสึโนยะ มีเมนูขึ้นชื่อคือ โรสุคัตสึเทโชคุ (เซตทงคัตสึหมูสันนอก) เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยและซุปมิโสะ เนื้อหมูสันนอกหันหนาชิ้นใหญ่ ทอดแบบกรอบนอกนุ่นใน ซึ่งหาทานที่ร้านไหนไม่ได้อีกแล้ว ที่สำคัญราคาถูกสุดๆ แค่ 500 เยนเท่านั้น!! แถมใกล้สถานีรถไฟใต้ดิน Higashi-Shinjuku อีกต่างหาก

การเดินทาง: สาขาฮิกาชิชินจูกุ (Higashi Shinjuku) จากสถานีรถไฟใต้ดิน Higashi-Shinjuku สาย Tokyo Metro Fukutoshin line เดินไปร้านแค่ 2 นาทีเท่านั้น (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

เว็บไซต์: matsuyafoods.co.jp

2. ร้านทงคัตสึ ราเมน ฮากะตะ ฟูริว (Tonkotsu Ramen Hakata Furyu)

ราเมนซุปกระดูกหมูชามใหญ่เบิ้มแบบฉบับตู้กด(อีกแล้ว) เมนูเลือกได้ทั้งภาษาญี่ปุ่นและภาษาอังกฤษ ตอนยื่นตั๋วให้พนักงานเราสามารถเลือกระดับความแข็งของเส้นราเมนได้ 4 ระดับ คือ แข็งมาก แข็ง ธรรมดา และนุ่ม อือหือ…ไฮโซไปอีก~

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? ร้าน Tonkotsu Ramen Hakata Furyu ร้านนี้ตั้งอยู่ที่ชินจูกุฝั่งตะวันออก มีเมนูขึ้นชื่อของร้านคือ ‘ทงคัตสึราเมนต้นตำรับ’ น้ำซุปเข้มข้นหอมกลิ่นหมูและกระดูกหมู ปรุงรสด้วยซอสถั่วเหลืองรสหวานกับมิรินที่ทำจากผักโขมและกระเทียมลงไป บอกเลยว่าอร่อยมากๆ และชามใหญ่มาก มีท็อปปิ้งให้เลือกใส่เพิ่มได้อีกด้วย เช่น ไข่ต้ม ซาหร่าย เป็นต้น และที่พิเศษกว่านั้น…ทางร้านสามารถให้เราเพิ่มเส้นได้ฟรีอีก 2 ก้อนกันเลยทีเดียว!! สำหรับคนที่ชอบรสเค็มแนะนำให้สั่งซุปโชยุ หรือถ้าชอบรสเผ็ด คาระมิโสะทงคตสึราเมนก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดี สงวนราคา 580-880 เยนเท่านั้น!!

การเดินทาง: สาขาชินจูกุฝั่งตะวันออก (Higashiguchi) ใช้เวลาเดิน 3 นาทีจากสถานี JR Shinjuku Station ทางออกด้านตะวันออก (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: จันทร์ – เสาร์ 11.00 น. – 2.00 น. / อาทิตย์ 11.00 น. – 20.00 น. ในกรณีวันจันทร์ตรงกับวันหยุดนักขัตฤกษ์ ร้านจะเปิดทำการวันอาทิตย์จนถึงตี 2

เว็บไซต์: fu-ryu.net

3. ร้านอุนะโตโตะ (Unatoto)

มาถึงญี่ปุ่นทั้งทีจะพลาดข้าวหน้าปลาไหลได้อย่างไร!! แต่พอจะสั่งกินปุ๊บ…อือหือราคาแพงเว่อร์ แต่ที่ร้าน ‘อุนะโตโตะ’ ซึ่งเป็นร้านเล็กๆ แต่บรรยากาศน่านั่งและพนักงานน่ารัก เขากลับขายแค่ 500 เยนเท่านั้น!!

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? เพราะที่ร้านอุนะโตโตะใช้ปลาไหลญี่ปุ่นสดๆ ทำให้รสชาติอร่อย ไม่มีกลิ่นคาว เนื้อนุ่ม เหนียวนิดๆ ทางร้านพิถีพิถันย่างเกรียมกำลังดี ราดด้วยซอสถั่วเหลืองคุณภาพสูงที่คัดสรรมาแล้ว รสชาติเค็มนิดหวานหน่อยฟินสุดๆ สามารถเพิ่มปริมาณเป็นขนาดใหญ่ 600 เยน และใหญ่พิเศษ 700 เยนได้ด้วย ราคาถือว่าไม่แพงเมื่อเทียบกับรสชาติและปริมาณที่ได้รับ ซึ่งหากเทียบกับที่ไทยแล้วราคาถือว่าถูกกว่ากินที่ไทยพอควรเลยค่ะ อร่อยกว่ามากด้วย

การเดินทาง: สาขาตึกชินจูกุเซ็นเตอร์ (Shinjuku Center Building) ใช้เวลาเดิน 10 นาทีจากสถานี JR Shinjuku ทางออกฝั่งตะวันตก (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ 11.00 น. – 23.00 น. / เสาร์ 11.00 น. – 14.00 น. หยุดวันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ของญี่ปุ่น

เว็บไซต์: unatoto.com

4. ร้านอิโซมารุ ซุยซัง (Isomaru Suisan)

จัดไปกับร้านอิซากายะ ‘ร้านอิโซมารุ ซุยซัง’ ซีฟู้ดชื่อดังผู้ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องความสดใหม่ของอาหารแต่ราคายุติธรรม ร้านนี้มีสาขาเยอะมากรวมๆ แล้วมากกว่า 100 สาขาซึ่งอยู่ที่โตเกียวเสียส่วนใหญ่

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? ข้าวหน้าปลาดิบขายดีของทางร้านคือ ‘มากุโร่นิโชะคุด้ง’ สงวนราคาเบาๆ แค่ 630 เยนเท่านั้น!! หรือถ้าอยากกินอาหารทะเลสดๆ ทางร้านก็จะหยิบจากตู้โชว์มาให้เราเดี๋ยวนั้นแล้วนำมาย่างทานบนเตาหน้าที่นั่งกันเลยทีเดียว(สดไปอีกกก) สดๆ อร่อยๆ ราคาสบายกระเป๋า แถมยังอำนวยความสะดวกให้เราได้ 24 ชั่วโมง

การเดินทาง: Shinjuku Sanchome ใช้เวลาเดิน 2 นาทีจากสถานี JR Shinjuku ทางออกฝั่งตะวันออก (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: เปิดตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

เว็บไซต์: isomaru.jp

5. ร้านโกฮัง โดโกะโร อะดาชิ (Gohan Dokoro Adachi)

ใกล้ๆสถานีอากิฮาบาระจะมีร้านอาหารจานยักษ์ชื่อ ‘โกฮัง โดโกะโร อะดาชิ’ เสิร์ฟเป็นเมนูข้าวและกับข้าวแบบญี่ปุ่น ช่วงกลางวันทางร้านจะมีโปรโมชั่นพิเศษเป็นเซตอาหารญี่ปุ่นจานยักษ์ ทุกเมนูในร้านราคาเพียง 980 เยนเท่านั้น!!

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? ร้านอยู่ใกล้สถานีรถไฟ Suehirocho ถือเป็นอีกแหล่งร้านอาหารอร่อยที่ชาวญี่ปุ่นรู้จักเป็นอย่างดี อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากย่านอากิฮาบาระ จุดเด่นของร้านคือปริมาณข้าวที่ล้นชาม กินวันนี้อิ่มไปถึงพรุ่งนี้เลยทีเดียว ในส่วนของกับข้าวแต่ละอย่างเราสามารถเลือกได้ตามเมนูที่ทางร้านจัดไว้ให้ เช่น ไก่ทอด คร็อกเก้ ไข่ม้วน เส้นพาสต้า เทมปุระ และผักชนิดต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูข้าวหน้าซาชิมิจานยักษ์อีกด้วย

การเดินทาง: เดินเพียง 3 นาทีจากสถานี JR Akihabara หรือ นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Ginza Line มาลงสถานี Suehirocho แล้วเดินอีก 5 นาที (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ 11.30 น. – 15.00 น. และ 17.00 น. – 23.30 น. / เสาร์ – อาทิตย์ 11.30 น. – 15.00 น. *ราคาพิเศษมื้อกลางวันเริ่มหลัง 10.00 น.*

เว็บไซต์: Gohan Dokoro Adachi

6. ร้านยาโร่ ราเมน (Yaro Ramen)

ร้านยาโร่ราเมนเป็นร้านสีเหลืองโดดเด่นตั้งอยู่หัวมุมในย่านอากิฮาบาระระหว่างสถานีรถไฟ Akihabara และ Suehirocho เป็นร้านที่ค่อนข้างมีชื่อเสียงในหมู่นักท่องเที่ยวที่อยากลองของ เนื่องจากราเมนชามยักษ์ที่มีน้ำหนักอยู่ที่ 1.5 กิโลกรัม บวกกับรสชาติที่อร่อยล้ำเกินใคร ต่อให้เยอะแค่ไหนก็ทานหมดไม่เหลือ ยิ่งทานคู่กับหมูชาชูเนื้อแน่นชิ้นใหญ่ที่ฉ่ำไปด้วยน้ำซอสนะ อื้อหือ…แค่พูดก็น้ำลายไหลแล้ว

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? เป็นร้านที่มีชื่อเสียงในหมู่ต่างชาติ ถ้าไปญี่ปุ่นแล้วไม่ทานถือว่าเอ้าท์สุดๆ นอกจากจะเสิร์ฟในปริมาณเยอะกว่าราเมนปกติแล้ว สิ่งที่ประทับใจที่สุดคือการบริการที่ดีของพนักงานที่สามารถสร้างความประทับใจให้แก่ลูกค้าได้อย่างมาก

การเดินทาง: เดินเพียง 3 นาทีจากสถานี JR Akihabara หรือ นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Ginza Line มาลงสถานี Suehirocho แล้วเดินอีก 5 นาที (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 11.00 น. – 22.00 น.
เว็บไซต์: yaroramen.com

7. ร้านบูตะงุมิชาบู (Butagumishabuan)

ใครชอบชาบูมาทางนี้ค่ะ เห็นทางขึ้นร้านตอนแรกถึงกับตกใจ ปูพรหมแดงมาเลยทีเดียว คิดในใจแพงแน่ๆเลย แต่!! ทางร้านมีจัดโปรโมชั่นบุฟเฟ่ต์ชาบูมื้อกลางวัน ราคา 1000 เท่านั้น!!! อาหารให้เลือกทานอาจจะไม่มากเท่าตอนเย็น แต่ก็ถือว่าคุ้มค่าสุดๆ แล้วกับราคาเท่านี้

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? เนื้อหมูนุ่มที่สามารถทานได้ไม่อั้น เด็ดสุดคือข้าวแกงกะหรี่ที่จะเสิร์ฟพร้อมหมูชาบูแผ่นใหญ่ เต็มคำเต็มรสชาติ รวมถึงโอเด้ง ลูกชิ้นปลา ลูกชิ้นกุ้ง เต้าหู้ จิ้มกับน้ำจิ้มแสนอร่อย ตบท้ายด้วยสลัดผักแก้เลี่ยน ทานได้ถึง 50 นาทีนะคะ

การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Chiyoda Line มาลงสถานี Nogizaka ทางออกที่ 3 แล้วเดินอีก 5 นาที (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: จันทร์ – ศุกร์ 11.30 น. – 14.00 น. และ 18.00 น. – 20.30 น. / เสาร์ – อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ 11.30 น. – 14.00 น. และ 17.00 น. – 22.00 น. *บุฟเฟ่ต์อาหารกลางวัน 1,000 เยน (50 นาที) เริ่มหลัง 10.00 น.*

เว็บไซต์: butagumi.com

8. ร้านข้าวหน้าแกงกะหรี่ 246 (Moyan Curry 246)

รอบนี้เอาใจคนรักแกงกะหรี่กันบ้าง จัดให้เลยกับบุฟเฟ่ต์อาหารกลางวัน เต็มอิ่มไม่อั้นแค่ 1000 เยนเท่านั้น!! เอาให้เอียนแกงกะหรี่กันไปข้าง เข้าไปในร้านอย่างแรกจะได้กลิ่นหอมอบอวลของเครื่องเทศ เฟอร์นิเจอร์เป็นเครื่องไม้ มีโต๊ะให้เลือกทั้งแบบเดี่ยวและกลุ่ม เราสามารถเลือกตักแกงกะหรี่ได้ 3 แบบ คือ เนื้อ หมู และเผ็ดจัด แถมเมนูอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ไก่ทอด สลัด และขนมหวาน เรื่องรสชาติรับรองเลยว่าเข้มข้นถึงใจแน่นอน!!

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? อย่างแรกคือเนื้อแกงสีเข้มและรสชาติที่เข้มข้นมากถึงมากที่สุด บวกกับเนื้อชิ้นโตที่อัดแน่นอยู่ในแกงกะหรี่หม้อใหญ่ที่ผ่านการเคี่ยวนานหลายชั่วโมง นุ่มมากจนไม่ต้องเคี้ยว มีเมนูเด็ดที่ห้ามพลาดคือ ข้าวแกงกะหรี่ใส่ชีส (Chiizu Kare) ซึ่งจะรสชาติเข้มข้นกว่าแกงกะหรี่อื่นๆ ทานตอนอุ่นๆ ชีสยืดๆ จัดว่าเด็ด!! ใครที่ไปแถวชิบุยะอย่าลืมแวะไปทานนะคะ

การเดินทาง: สาขาชิบุยะ นั่งรถไฟลงสถานี Shibuya แล้วเดินอีก 10 นาที (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: บุฟเฟต์อาหารกลางวัน 11.30 น. – 15.30 น. ออร์เดอร์สุดท้าย 14.30 น. และตอนกลางคืน 18.00 น. – 23.30 น. ปิดบริการวันอาทิตย์

เว็บไซต์: moyan.jp

9. ร้านจิมโบโชว โชคุนิคุเซนตะ (Jimbochou Shokunikusenta)

ยังคงไม่หมดกับบุฟเฟต์ รอบนี้จัดไปสำหรับสายบุฟเฟต์ปิ้งย่างมื้อกลางวัน ราคาเบาๆ แค่ 950 เยน สามารถทานได้ 45 นาที เข้าไปในร้านจะแอบทึ่งกับเฟอร์นิเจอร์ลังพลาสติกที่เอาไว้ใส่ของซึ่งทางร้านเอามาตั้งไว้แทนโต๊ะและเก้าอี้

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? เป็นเนื้อย่างร้านเก่าแก่รับประกันความสดของเนื้อ เพราะเนื้อถูกคัดสรรส่งตรงมาจากฟาร์มที่ได้มาตรฐานส่งตรงวันต่อวัน เนื้อทั้งหมดหมักซอสมิโซะที่ส่งกลิ่นหอมยวนใจเมื่อย่าง ระหว่างรอเนื้อหมูหวานฉ่ำ ทางร้านก็จะออเดิร์ฟข้าว หอมใหญ่สไลด์ และซุปให้เราก่อน แนะนำว่าไม่ต้องย่างหมูให้สุกมาก เอาพอฉ่ำๆแล้วกินคู่กับหอมใหญ่ บอกเลย…ฟินมากกก

การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Shijuku Line มาลงสถานี Jimbocho แล้วเดินอีก 5 นาที (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: บุฟเฟต์อาหารกลางวันทุกวัน 11.30 น. – 14.30 น.

เว็บไซต์: Jimbochou Shokuniku

10. ร้านลิตเติ้ล แลมบ์ (Little lamb)

ใครที่เบื่ออาหารญี่ปุ่นหรือบุฟเฟต์ชาบูปิ้งย่างมารวมกันตรงนี้ค่ะ!! เราขอแนะนำร้านอาหารบุฟเฟต์สไตล์อาหารจีน ซึ่งมีอาหารให้เลือกมากกว่า 10 อย่าง เช่น ข้าวผัด ผัดหมี่ ผัดผัก เกี๊ยวซ่า เป็นต้น มีน้ำซุปให้พร้อมเครื่องเคียง และน้ำชาดื่มฟรีอีกด้วย!! เรื่องรสชาติก็จัดว่าโอเคเหมาะสมกับราคา 680 เยน สุดยอดไปเลยอ่า~

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? อย่างแรกคือใกล้สถานีซูกาโม่ ใช้เวลาเดินทางแค่ 1 นาทีเท่านั้น ถ้าเป็นปกติอาหารที่ร้านจะเป็นเซตชาบู แต่มื้อกลางวันจะเป็นบุฟเฟต์อาหารจีนซึ่งหาทานยากมากในญี่ปุ่น แถมราคาก็ถูกสุดๆ แค่ 600 เยนเท่านั้น!!! ทานอิ่มได้ไม่อั้น นับเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่กำลังอยากทานอาหารอื่นๆ ที่นอกเหนือจากอาหารญี่ปุ่น

การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Mita Line หรือ JR Yamanote Line มาลงสถานี JR Sugamo แล้วเดินอีก 1 นาที (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: บุฟเฟต์อาหารกลางวันทุกวัน 11.30 น. – 14.30 น. ไม่มีวันหยุด

เว็บไซต์: Little lamb

11. ร้านบุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น (Kyoto Ginyuba)

บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่นนี้ตั้งอยู่ในห้องอาหารชั้น 1 โรงแรม APA Ikebukuro ภายในตกแต่งแบบสไตล์โรงแรมทั่วไป มีความเรียบง่ายทว่าแฝงด้วยความหรูหรา แต่ราคาอาหารย่อมเยาแค่ 850 เยนเท่านั้น!!! อาหารเครื่องเคียงก็มีให้เลือกมากมาย เช่น มันฝรั่งทอด สลัดบาร์ ก๋วยเตี๋ยวผัด ผักโขม ซุปมิโซะ เป็นต้น แถมฟรีเครื่องดื่ม ชา กาแฟ และน้ำผลไม้อีกต่างหาก สุดยอด!!!

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? ร้านเกียวโต กินยุบะ เป็นห้องอาหารที่อยู่ภายในโรงแรม APA Hote ซึ่งจะสะดวกสบายมากหากเราพักที่นั่นหรือถ้าไม่สถานที่นี้ก็อยู่ใกล้กับสถานีรถไฟเกียวโตแค่ 500 เมตรเท่านั้น ราคาอาหารก็ไม่แพงแถมยังอร่อยมากอีกด้วย บริการก็ดีเยี่ยมระดับ 5 ดาวเลยทีเดียว นับว่าพลาดมากถ้าไม่มาลองทานอาหารที่นี่!

การเดินทาง: เดินเพียง 5 นาทีจากสถานี Ikebukuro Station (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: บุฟเฟต์อาหารกลางวันทุกวัน 11.00 น. – 15.00 น. ไม่มีวันหยุด

เว็บไซต์: gin-yuba.com

12. ร้านอาซากุสะ อิมะฮัง (Asakusa Imahan)

ในบรรดาอาหารญี่ปุ่นระดับออริจินัล ต้องถือว่าสุกี้ยากี้เป็นหนึ่งในเมนูที่สะท้อนความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างเด่นชัด ร้านอาซากุสะ อิมะฮัง เป็นร้านสุกี้ยากี้แท้ต้นตำรับญี่ปุ่น เปิดทำการมาแล้วกว่า 120 ปี ด้วยเนื้อที่ได้คุณภาพและซอสสุกี้ยากี้สูตรลับของทางร้าน ทำให้สุกี้ยากี้ของที่นี่อร่อยไม่เหมือนใคร ทำให้เป็นที่โด่งดังและที่ชื่นชอบของนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก แม้จะมีราคาที่ค่อนข้างแพงมากก็ตาม

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? อย่างแรกคือคุณจะได้ทานสุกี้ยากี้แบบต้นตำรับแท้ซึ่งหาทานจากที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว สุกี้ยากี้ของแท้จะปรุงอาหารบนกระทะไม่ใช่หม้อ ตอนแรกจะเทซอสต้นตำหรับของร้านที่ทำมาจากส่วนผสมของซอสโชยุ น้ำตาล และซุปดาชิที่ได้จากปลาลงไปก่อน แล้วน้ำเนื้อชั้นดีลงไปย่างกับซอสพอขลุกขลิก จากนั้นก็คีบใส่ถ้วยที่ตีไข่ไว้เรียบร้อยแล้วทานเป็นคำแรกซึ่งคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่เขาปฏิบัติกัน รสชาติจะนุ่มลิ้น เนื้อหวานละมุนอย่าบอกใคร สงวนราคา 5000- 14000 เยน แล้วแต่เซตเนื้อที่เราเลือกค่ะ

การเดินทาง: เดิน 5 นาที จากสถานีรถไฟใต้ดิน Tawaramachi หรือ เดิน 5 นาที จากสถานี Asakusa (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: เปิดทุกวัน เวลา 11.60 น. – 21.30 น.

เว็บไซต์: asakusaimahan.co.jp

13. ร้านพันโช ชิบูยะ (Pancho Shibuya)

สปาเก็ตตี้ก็มา~~ ร้าน Pancho ค่อนข้างมีชื่อเสียงมากในเรื่องเมนูสปาเก็ตตี้ มีสาขาอยู่หลายแห่งในญี่ปุ่น บรรยากาศในร้านอบอุ่นเหมือนอยู่บ้าน ตกแต่งด้วยผ้าปูโต๊ะลายสก็อตสีแดงขาว มีเมนูให้เลือกมากมายโดยราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 750 เยน แต่ถ้าใครอยากลองของ ทางร้านมีเมนูขึ้นชื่อคือ ‘Naporitan Seijin’ เป็นสปาเก็ตตี้ฉบับญี่ปุ่นจานยักษ์หนัก 2.3 กิโลกรัม ราคา 1,680 เยน แต่เมนูจานยักษ์จะมีเสิร์ฟแค่ 6 สาขาเท่านั้น คือ Shibuya Kichijoji Akihabara Shimbashi Okachimachi และ Ikebukuro ค่ะ

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? เป็นร้านที่มีชื่อเสียงด้านสปาเก็ตตี้ในญี่ปุ่น ชาวต่างชาติส่วนใหญ่เลือกจะมาทานอาหารกันที่นี่ ด้วยความที่ทางร้านมีเมนูขึ้นชื่อเรื่องสปาเก็ตตี้จานยักษ์ ที่ทั้งราคาถูกและอร่อยมาก จัดว่าเป็นร้านอาหารที่ต้องไปลองสักครั้งถ้ามีโอกาส

การเดินทาง: เดินแค่ 1 นาทีจากสถานี Shibuya หรือ นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote มาลงสถานี Shibuya ใช้เวลาประมาณ 5 นาที (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: ทุกวัน เวลา 11.00 น. – 23.00 น.

เว็บไซต์: naporitanpancho.com

14. ร้านโอวาริยะ (Owariya)

ร้านโอวาริยะเป็นร้านเก่าแก่เปิดมาแล้ว 146 ปี อยู่ระหว่างสถานีรถไฟอาซากุสะและสถานีรถไฟทาวาระ อาหารขึ้นชื่อของร้านนี้จะเป็นโซบะเส้นนุ่มแสนอร่อย แต่ก็มีเมนูอาหารอื่นๆ ที่น่ากินเช่นกัน เช่น กุ้งเทมปุระขนาดใหญ่ รสชาติอร่อยเนื่องจากพิถีพิถันในการใช้น้ำมันงาทอดกรอบ และปิดท้ายด้วยอุด้งเส้นอวบเหนียวนุ่มกำลังดี ราคาอาหารเริ่มต้น 1000 – 1500 เยน

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? เป็นร้านโซบะและเทมปุระชื่อดังที่การันตีความอร่อยมา 146 ปี ใครไปเที่ยวญี่ปุ่นแล้วไม่ไปทานถือว่าพลาดมาก ใครจะไปทานต้องรอคิวนานหน่อยนะคะ ที่สำคัญใกล้สถานีอาซากุสะแหล่งอาหารชื่อดังอีกด้วย

การเดินทาง: นั่งรถไฟ Tobu Isesaki Line มาลงสถานี Asakusa แล้วเดินต่ออีก 5 นาที (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: เสาร์ – พฤหัสบดี เวลา 11.30 น. – 20.30 น. หยุดทุกวันศุกร์

เว็บไซต์: asakusa-umai.ne.jp

15. ร้านฮยองบู โชคุโด (Hyungboo Shokudo)

ไปเที่ยวญี่ปุ่นแต่อยากกินอาหารเกาหลี พรีเมี่ยมเวิลด์ทัวร์จัดให้ค่ะ (แอบแหวกแนวจากหัวข้อนิดหน่อย) มีเมนูให้เลือกทานมากมาย เช่น ซุปกิมจิ บิบิมบับ ไก่ตุ๋นโสม ซี่โครงหมู เป็นต้น สงวนราคาอยู่ที่ 880 – 1370 เยน เรื่องรสชาติรับประกันความอร่อยเพราะมี 4 ดาวเป็นที่รับรองของชาวญี่ปุ่นเรียบร้อย สุดยอด!!

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? อย่างแรกคือเป็นร้านเกาหลีชื่อดังในประเทศญี่ปุ่น ต่างชาติส่วนใหญ่ชอบมาทานกันร้านนี้ มีพรีเซ็นเตอร์ดารานักร้องเกาหลีมาทานกันมากมาย ฮยองบูเป็นร้านอาหารเกาหลีชื่อดังที่ได้ระดับ 4 ดาว จากเว็บรวมรวมร้านอาหารชื่อดังของญี่ปุ่นอย่าง gurunabi เลยทีเดียว รสชาติก็เกาหลีแท้ๆ เป็นตัวเลือกสำหรับคนที่เบื่ออาหารญี่ปุ่นแล้วอยากทานอาหารอย่างอื่นบ้าง

การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Chiyoda Line มาลงสถานี Akasaka แล้วเดินต่ออีก 2 นาที (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: เปิด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุด

เว็บไซต์: hyungboo.com

16. ร้านโซเมะทาโร่ โอโคโนะมิยากิ (Sometaro Okonomiyaki)

ใครที่ชื่นชอบอารมณ์แปลกใหม่แนะนำร้าน Sometaro เลยค่ะ เข้าไปในร้านปุ๊บจะเห็นโต๊ะนั่งแบบญี่ปุ่นที่วางบนเสื่อทาตามิ ให้ความรู้สึกดั่งเดิมแบบสุดๆ กระทะจะมีให้ทุกโต๊ะ สามารถเลือกเมนูและท็อปปิ้งต่างๆ มาผัดกินเองได้เลย แต่ถ้าอยากนั่งกินสบายๆ สามารถเรียกพนักงานมาผัดให้ก็ได้ค่ะ เมนูขึ้นชื่อของที่นี่คือ ‘โอโคโนมิยากิ’ อร่อยฟินจนต้องบอกต่อเลยทีเดียว ราคาเริ่มต้นที่ 690 เยน

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? เป็นร้านพิซซ่าญี่ปุ่นเก่าแก่ มีชื่อเสียงมานาน ตั้งอยู่ใกล้ๆ กับวัดอาซะกุสะ วัตถุดิบนั้นก็ถือว่าสดดีมีคุณภาพจึงสามารถปรุงได้อย่างอร่อย มีเมนูเด็ดของร้าน คือ osome-yaki จะได้แป้ง ผัก ซอสที่มากกว่า ดังนั้นเมนูนี้พนักงานจะมาช่วยทำทุกขั้นตอน รอทานอย่างเดียวเลยค่ะ

การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Tokyo Metro Ginza Line มาลงสถานีรถไฟ Tawaramachi แล้วเดินต่อ 3 นาที หรือ นั่งรถไฟสาย Tobu Skytree Line มาลงสถานี Asakusa แล้วเดินต่อ 4 นาที (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 12.00 น. – 22.30 น.

เว็บไซต์: Sometaro Okonomiyaki

17. ร้านคุระซูชิ (Kura Sushi)

เกือบลืมร้านซูชิเด็ดๆ ไปแล้ว จัดไปกับร้าน Kura Sushi เจ้าดัง ซึ่งเป็นที่นิยมมากๆในประเทศญี่ปุ่น ร้านนี้ใช้ระบบกดบัตรคิวและบริการตัวเองนะคะ เพราะคนค่อนข้างเยอะไม่เหมาะสำหรับคนที่หิวมากๆ ซูชิร้านนี้ถูกปั้นออกมาจากเครื่องแต่ไม่ต้องห่วงเรื่องความสดใหม่ เนื่องจากมีการตั้งเวลาเอาไว้ ถ้าเกินกำหนดเวลาก็จะถูกทิ้งทันที สายพานซูชิของที่นี่แบ่งออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้นบนจะเป็นซูชิสั่งทำพิเศษที่มีราคาสูง ส่วนสายพานด้านล่างเราสามารถหยิบได้ตามใจชอบเลยค่ะ ราคาอยู่ที่ 100 เยน แต่ที่สนุกสุดๆ เมื่อกินครบ 5 จานก็จะได้ลุ้นรับของเล่นและรางวัลจากกล่องใสที่บรรจุลูกบอลหลากสีเอาไว้ โดยเราจะต้องใส่จานที่กินหมดแล้วลงไปในช่องที่อยู่ตรงโต๊ะเพื่อเป็นการนับจาน สุดยอดไปเลยอ่ะ~

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? เพราะเป็นร้านซูชิชื่อดังที่คนต่อคิวรอทานเยอะที่สุด สามารถกดบัตรคิวทิ้งไว้แล้วไปเดินเล่นรอเป็นชั่วโมงก็ยังได้ ที่คนยังยอมรอนานขนาดนี้ก็เป็นเพราะรสชาติที่อร่อย ข้าวซูชิปั้นดีไม่แข็งเป็นก้อน เมนูยอดนิยมอย่างปลาทูน่าหยิบทานกันได้เลยบนสายพาน ถ้าจะสั่งเมนูพิเศษสามารถกดสั่งที่จอตรงโต๊ะได้เลย

การเดินทาง: นั่งรถไฟ JR สาย Yamanote Line มาลงสถานี Ikebukuro แล้วเดินอีก 5 นาที (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 น. – 23.00 น.

เว็บไซต์: kura-corpo.co.jp

18. ร้านโคโคโนะเอะ (Kokonoe)

อะเกะมันจูหรือที่รู้จักกันในนามโมจิทอด เรียกบ้านๆ กว่านี้ก็ซาลาเปาทอดสอดไส้ มีร้านชื่อดังชื่อ ‘โคโคโนเอะ’ ซึ่งอยู่ใกล้กับวัดเซนโซจิ ทางร้านเขาจะทอดซาลาเปาขายกันสดๆ ขายดีแบบทอดไม่ทันกันเลยทีเดียว มีให้เลือกหลายไส้ เช่น ถั่วแดง งาดำ ฟักทอง คัสตาร์ด มันหวาน ชาเขียว หมู หรืออย่างในช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะมีไส้ซากุระให้ลองทานอีกด้วย ในส่วนของรสชาติก็อร่อยดีค่ะ แป้งบางๆ ไม่หวานจนเกินไป ราคาตกอยู่ที่ชิ้นละ 120 – 200 เยนค่ะ

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? ร้านอยู่ใกล้วัดเซนโซจิ ใครมาก็เป็นต้องแวะมาลองชิมทุกคน เพราะร้านนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว ใครที่แวะมาที่วัดแล้วไม่ลองไปชิมถือว่าพลาดสุดๆ ยิ่งถ้าไปช่วงฤดูใบไม้ผลิก็จะได้ลองทานไส้ซากุระอีกด้วย ซึ่งหาทานจากที่ร้านไหนไม่ได้อีกแล้ว ถ้ามีโอกาสอย่าลืมลองแวะไปทานกันนะคะ

การเดินทาง: นั่งรถไฟสาย Asakusa Line มาลงที่สถานี Asakusa แล้วเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: เปิดทุกวัน ตั้งแต่ 11.00 น. – 23.00 น.

เว็บไซต์: Agemanju Asakusa Kokonoe

19. ร้านเทนชิโนะนิวะ (Tenshinoniwa)

ร้านเค้กญี่ปุ่นน่ารักๆ Tenshinoniwa มีชื่อแปลน่ารักๆ ว่า ‘ทูตสวรรค์ประจำสวน’ มีสัญลักษณ์ของร้านคือปีกสีขาวที่ติดอยู่บนประตู ตัวร้านด้านนอกเป็นกระจกใสวางขอบสีฟ้าอ่อน ส่วนด้านในร้านก็ตกแต่งน่ารัก ดูอบอุ่นสดใสน่านั่งสุดๆ

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? ที่ร้านจำหน่ายเค้กแบบ Gluten-freeคือเป็นเค้กที่ไม่มีส่วนผสมของแป้งสาลี และยังเป็นเค้กที่ปราศจากการใส่สีหรือสารกันบูดอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเมนูเค้กทางเลือกสำหรับผู้ที่แพ้ไข่ไก่ โดยการทำ Sponge Cake เค้กเนื้อฟองน้ำให้อร่อยได้โดยไม่ต้องใส่ไข่ไก่ มีนับว่าเป็นร้านที่ใส่ใจลูกค้ามากๆ ในส่วนของรสชาติก็ไม่หวานมาก จัดว่าเหมาะกับคนกลัวอ้วน ราคาประมาณชิ้นละ 500 เยน

การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Higashiyama หรือ นั่งรถไฟสาย Chuo Line มาลงที่สถานี Chikusa ทางออกที่ 1 แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: ตั้งแต่ 11.00 น. – 18.00 น. หยุดวันอังคาร

เว็บไซต์: tenshinoniwa1125.jimdo.com

20. ร้านแพนเค้ก เฮ้าส์ ฮอยฮอย (Pancake House HoiHoi)

Pancake House HoiHoi เป็นร้านแพนเค้กชื่อดังแถวนาโกย่า การตกแต่งร้านน่ารักสไตล์ยุโรป นอกร้านมีเทอเรซยื่นออกมาเอาไว้นั่งรับลมสุดชิล

ทำไมต้องไปทานร้านนี้? เพราะเป็นแพนเค้กออริจินอลฝั่งยุโรปที่หาทานยากมากในญี่ปุ่น เอกลักษณ์แพนเค้กของที่ร้านทั้งรสชาติและการตกแต่งโดดเด่นเป็นสไตล์ฮาวาย การเลือกใช้แป้งก็พิถีพิถันเป็นบัตเตอร์มิลค์สูตรพิเศษที่ทางร้านคิดค้นขึ้นมาเอง ทำให้มีผู้คนมาต่อคิวยาวรอซื้อแทบทุกวัน เมนูมีให้เลือกทานมากมาย เช่น Tower pancake ซึ่งเป็นจุดเด่นของร้าน หรือ Strawberry whip, Chocolate chip เป็นต้น ราคาเริ่มต้นที่ 520 – 980 เยน

การเดินทาง: นั่งรถไฟใต้ดินสาย Meijo Line มาลงสถานี Yabacho ทางออกที่ 1 แล้วเดินต่ออีก 5 นาที (คลิกที่รูปภาพเพื่อดูแผนที่เต็ม)

เวลาทำการ: อังคาร – อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่ 11.00 น. – 19.00 น. วันหยุดปกติเป็นวันจันทร์ แต่ในกรณีวันหยุดนักขัตฤกษ์ตรงกับวันจันทร์ ทางร้านจะเลื่อนวันหยุดเป็นวันถัดไป *สั่งออเดอร์สุดท้ายได้ถึง 18.30 น.*

เว็บไซต์: pancake-hoihoi.com

เป็นยังไงกันบ้างคะ? อ่านจบแล้วอยากไปทานกันเลยล่ะสิ ใครที่กำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่นหรืออยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว แนะนำให้ลองไปทานเลยค่ะ ราคาส่วนใหญ่ก็ไม่แพงมาก แต่เรื่องรสชาติ(ย้ำอีกรอบ) อร่อยมากจริงๆค่ะ ของดีขึ้นชื่อของประเทศญี่ปุ่นทั้งนั้น สุดท้ายนี้…ฝากติดตามเรื่องราวดีๆ จากประเทศญี่ปุ่นได้ที่ premiumworldtour.info อีกเร็วๆ นี้ค่ะ

ข้อมูลและรูปภาพ, พรีเมี่ยมเวิลด์ทัวร์



LOGO_Tel & Line 2-edit

ขอเชิญเพื่อนๆ ที่น่ารักทุกคน ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ช่องทางซึ่งควรค่าแก่การ Follow ดังต่อไปนี้…

Website : https://www.premiumworldtour.info
Fanpage : https://facebook.com/premiumworldtour.info
[email protected] : @premiumworldtour

2017-08-25T17:17:44+00:00